กลุ่มบริษัท WHA ได้จัดตั้งกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Framework) เพื่อให้การดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กรสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจของกลุ่มบริษัท โดยมีเป้าหมายเพื่อให้แนวทางด้านความยั่งยืนครอบคลุมทุกหน่วยธุรกิจ รวมถึง WHART เพื่อมุ่งสู่การเป็น "The Ultimate Solution for Sustainable Growth" กรอบการดำเนินงานดังกล่าวได้กำหนดเป้าหมายระยะยาวในสามมิติหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล/เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อทั้งกลุ่มบริษัท WHA และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากนี้ กลุ่มบริษัท WHA ยังได้กำหนดเป้าหมายเฉพาะในประเด็นสำคัญ อาทิ ด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) และสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health and Wellbeing) โดยในด้านทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มบริษัทตั้งเป้าหมายรักษาอัตราผลตอบแทนการลงทุนจากพนักงาน (Human Capital Return on Investment: HCROI) ให้เท่ากับร้อยละ 14 ภายในปี 2568 และในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตั้งเป้าหมายเพิ่มการเข้าถึงด้านการรักษาทางการแพทย์ผ่านแอปพลิเคชัน WHAbit โดยตั้งเป้ามีจำนวนผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 5,000 คน หรือ 200 บริษัท ภายในปี 2567
เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของกลุ่มบริษัท WHART ได้นำเป้าหมายดังกล่าวมาบูรณาการในการดำเนินงาน โดยในด้านสิ่งแวดล้อม ได้นำระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System: EMS) มาใช้ ด้วยการตรวจวัดตัวแปรหลักที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา ส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนผ่านแนวคิดอาคารสีเขียว และให้เช่าพื้นที่หลังคาเพื่อติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ในด้านสังคม ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เช่า การพัฒนาชุมชน และการบูรณาการวิสัยทัศน์ "อนาคตของการทำงาน" (Future of Work) เข้ากับกลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์ สำหรับด้านเศรษฐกิจและธรรมาภิบาล มุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยง การนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใช้ ตลอดจนการส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจ สมาคมการค้า หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
ทั้งนี้ แนวทางพัฒนาไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ เป็นไปตามกรอบของนโยบายคุณภาพสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงานและความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งได้รับ ความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งนโยบายดังกล่าว ชี้ให้เห็นเจตนารมณ์ของกลุ่มบริษัทฯ ในการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพ รวมถึงการกำกับดูแลให้การดำเนินงานเป็นไปตามข้อกำหนดต่างๆ และแนวปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ทั้งมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) และมาตรฐานระบบบริหารงาน คุณภาพ (ISO 9001) โดยองค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization: ISO) ซึ่งถือเป็นกรอบในการปฏิบัติงานเพื่อให้การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันในทุกๆ กลุ่มธุรกิจ
กระบวนการบริหารสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน (Integrated Environmental Management System: EMS)


จากการที่ทั่วโลกหันมาปรับเปลี่ยนบริบททางเศรษฐกิจเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนที่มากขึ้น บรรษัทภิบาลที่ดีจึงนับเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว และยังเป็น ปัจจัยพื้นฐานในการบริหารจัดการองค์กรด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมตามหลักจริยธรรม กลุ่มบริษัทดับบลิวเอชเอได้ยึดหลักความโปร่งใส ความตระหนักในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และ ความยุติธรรม มาใช้เป็นหลักสำคัญในการพัฒนาการกำกับดูแลองค์กร
นอกจากนี้ การกำกับดูแลกิจการสู่ความยั่งยืน เป็นอีกสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ กลุ่มบริษัทดับบลิวเอชเอ โดยได้ดำเนินการ ด้านการบริหารความเสี่ยง โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดและสร้างความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการของกลุ่มบริษัทฯ จึงตระหนักถึงความสำคัญของปัจจัยดังกล่าวในการกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจ ซึ่งหลักบรรษัทภิบาลที่ดีจะช่วยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเห็นว่ากลุ่มบริษัทฯ มีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงสะท้อนว่าผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความสอดคล้องกับแนวทางการบริหารที่คณะผู้บริหารยึดถือ



หลายบริษัทมองเห็นโอกาสและให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น จึงได้เริ่มนำวิสัยทัศน์ในเรื่อง “อนาคตของการทำงาน (Future of Work)” เข้ามาผนวกไว้ในกลยุทธ์การบริหารกำลังคน ด้วยการมีปฏิสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับบุคลากร ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม รวมถึงสร้างแรงกระตุ้นการทำงานและพัฒนาบุคลากรทั้งใน ด้านการทำงานและชีวิตส่วนตัว อีกทั้งยังนับเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรในการรับมือกับความท้าทายในอนาคต