ปี 2567 ถือเป็นอีกปีแห่งความผันผวนและความไม่แน่นอนอีกปีหนึ่ง ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และเศรษฐกิจไทยที่ยังคงชะลอตัว ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมาก อย่างไรก็ตามในปี 2567 กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (“กองทรัสต์ WHART”) ยังคงมุ่งมั่นดําเนินงานตามแผนงานให้สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วยความพยายามของผู้บริหาร และพนักงานทุกคน และส่วนที่สําคัญที่สุดคือการจ่ายผลประโยชน์ให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างสม่ําเสมอ
ด้านการดําเนินงาน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 กองทรัสต์ WHART มีอัตราการเช่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ร้อยละ 84.9 (ไม่รวมสัญญาตกลงกระทําการ) ประกอบไปด้วยผู้เช่าหลักในภาคธุรกิจที่มีความมั่นคง และเติบโต อาทิเช่น Fast-Moving Consumer Goods, Third-Party Logistics (3PLs), E-Commerce และ Automotive ในด้านอายุสัญญาเช่าคงเหลือเฉลี่ยถั่วน้ําหนัก (WALE) ของกองทรัสต์อยู่ที่ 3.79 ปี ซึ่งถือเป็นอายุเฉลี่ยที่ยาว เมื่อเทียบกับกองทรัสต์อุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแหล่งรายได้ที่มั่นคงของกองทรัสต์
ในด้านการบริหารจัดการทางการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 กองทรัสต์มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจํานวน 15,385.00 ล้านบาท มีสัดส่วนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมอยู่ที่ร้อยละ 70.33 และร้อยละ 29.67 ตามลําดับ สําหรับปี 2567 เริ่มเห็นการลดดอกเบี้ยนโยบายซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสําหรับการจัดการต้นทุนทางการเงินของกองที่มีแนวโน้มลดลง และยังเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม ในด้านอัตราส่วนหนี้สินต่อมูลค่าทรัพย์สินรวม (Loan to Value) ของกองทรัสต์ WHART ยังอยู่ในระดับต่ําาและยังสามารถบริหารจัดการได้ ปัจจุบันกองทรัสต์ WHART มีอัตราส่วนหนี้สินต่อมูลค่าทรัพย์สินรวม (Loan to Value) อยู่ที่ร้อยละ 28.14 จากผลการดําเนินงานที่ดี และฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง กองทรัสต์ WHART ได้ประกาศจ่ายประโยชน์ตอบแทน ในอัตราหน่วยละ 0.7735 บาท เท่ากับ รอบปีที่แล้ว
ในปีนี้ กองทรัสต์ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ GRESB (Global Real Estate Sustainability Benchmark) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลในการประเมินด้านความยั่งยืนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นครั้งแรก นับเป็นก้าวสําคัญในการยกระดับแนวทางการดําเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) กองทรัสต์ให้ความสําคัญอย่างยิ่งกับหลักการ ESG และมุ่งมั่นที่จะบูรณาการแนวทางดังกล่าวเข้ากับกระบวนการดําเนินธุรกิจในทุกมิติโดยคํานึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม และการกํากับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน การดําเนินงานภายใต้หลักการ ESGไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทรัสต์ในเชิงธุรกิจ แต่ยังเป็นปัจจัยสําคัญที่ช่วยสร้างความไว้วางใจจากผู้ลงทุน คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ กองทรัสต์จะเดินหน้าพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการดําเนินธุรกิจให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มมาตรการในการยกระดับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก และเป็นรากฐานที่มั่นคงสําหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
สุดท้ายนี้ทางผู้จัดการกองทรัสต์ บริษัท ดับบลิวเอชเอเรียลเอสเตท แมเนจเมนท์ จํากัด ขอขอบคุณผู้ถือหน่วยทรัสต์ทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา และผู้จัดการกองทรัสต์ฯ จะพยายามอย่างเต็มที่ในการบริหารจัดการกองทรัสต์ของเรา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ทุกท่าน
ขอแสดงความนับถือ
ผู้จัดการกองทรัสต์
บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียลเอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด